วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557

สนามวอลเลย์บอล

สนามกีฬาวอลเลย์บอล


            สนามแข่งขัน
            สนามต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ขนาด 18 X 9 เมตร  ล้อมรอบด้วยเขตสนาม กว้างอย่างน้อยที่สุด 3.00 เมตร รอบด้าน
  ที่ว่างสำหรับผู้เล่นคือ ที่ว่างเหนือพื้นที่เล่นลูกซึ่งไม่มีสิ่งใดกีดขวางอย่างน้อยที่สุด  7.00 เมตร
            สำหรับการแข่งขันระดับโลกของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) และการแข่งขันอย่างเป็นทางการ เขตรอบสนามต้อง
  กว้างอย่างน้อยที่สุด 5.00 เมตร จากเส้นข้าง  8.00 เมตร จากเส้นหลังและที่ว่างสำหรับเล่นลูกต้องสูงจากพื้นขึ้นไปอย่างน้อยที่สุด 12.50 เมตร
สนามวอลเลย์บอลเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว 18 ม. กว้าง 9 ม.เขตรอบสนามกว้างอย่างน้อย 3 ม.ทุกด้าน สูงขึ้นไปจากพื้นสนาม 12.5 ม. เส้นสนามจะเป็นสีขาวทุกเส้นเส้นทุกเส้นจะกว้าง 5 ซม. ลูกบอลต้องกลมทำด้วยหนังฟอกหรือหนังสงเคราะห์สีของลูกบอลต้องเป็นสีอ่อนๆหรือหลายสีรวมกันก็ได้

ลูกวอลเลย์บอล

ลูกวอลเลย์บอล
ใช้ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการของสหพันธ์วอลเล่ยบอลนานาชาติ วอลเล่ย์บอลหนังอัด PU SUPER SOFT มีMICROFIBER รุ่นใหม่มีลายบุ๋ม ทั้งผิวสัมผัสด้านนอกและเนื่อหนังชั้นในให้สัมผัส ฟู นุ่ม เบา กระชับมืออย่างดีเยี่ยม ขนาดและน้ำหนักมาตราฐาน ขนาดเบอร์ 5 ซึ่งลูกวอลเลย์บอล MIKASA ผลิตจากวัสดุที่มีทั้งนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นและวัสดุในประเทศไทย และผ่านขั้นตอนการผลิตอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขั้นตอนการผลิตที่ต้องใช้ทักษะฝีมือ และความประณีต ทำให้ลูกวอลเลย์บอล MIKASA มีคุณสมบัติอย่างดีเยี่ยม น้ำหนักเบา ยืดหยุ่น ทนทานและมีอายุการใช้งานยาวนาน

มาตรฐานระดับโลก
ในปี พ.ศ. 2512 ลูกวอลเล่ย์บอล MIKASA ได้รับการรับรองจาก FEDERATION INTERNATIONALE DE VOLLEYBALL หรือ FIVB ซึ่งเป็นองค์กรที่ควบคุมและกำกับดูแลการแข่งขันวอลเลย์บอลระดับนานาชาติ ซึ่งลูกวอลเล่ย์บอล MIKASA เป็นลูกวอลเล่ย์บอลรายแรกและรายเดียวของโลกที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุด และถูกจัดให้เป็นลูกกีฬาวอลเล่ย์บอลมาตรฐาน สำหรับใช้ในการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลทุกทัวร์นาเม้นท์ทั่วโลก

ประวัติวอลเลย์บอล

ประวัติกีฬาวอลเลย์บอล
 กีฬาวอลเลย์บอล (Volleyball) นั้น ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1895 (พ.ศ.2438) โดย นายวิลเลียม จี. มอร์แกน (William G. Morgan) ผู้อำนวยการฝ่ายพลศึกษาของสมาคม Y.M.C.A. (Young Men's Christian Association) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการมีกีฬาสำหรับเล่นในช่วงฤดูหนาวแทนกีฬากลางแจ้ง เพื่อออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจยามหิมะตก

          โดย นายวิลเลียม จี. มอร์แกน เกิดไอเดียในการพัฒนากีฬาวอลเลย์บอลขึ้น ขณะที่เขากำลังนั่งดูเทนนิส และเลือกนำเอาตาข่ายกลางสนามของกีฬาเทนนิส มาเป็นส่วนประกอบในกีฬาที่เขาคิดค้น และเลือกใช้ยางในของลูกบาสเก็ตบอล มาเป็นลูกบอลที่ใช้ตีโต้ตอบกันไปมา แต่ยางในของลูกบาสเก็ตบอลกลับให้น้ำหนักเบาจนเกินไป จึงเปลี่ยนไปใช้ลูกบาสเก็ตบอลแทน ซึ่งลูกบาสเก็ตบอลก็มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากจนเกินไปอีก เขาจึงสั่งทำลูกบอลขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ ในขนาดเส้นรอบวง 25-27 นิ้ว และกำหนดน้ำหนักไว้ที่ 8-12 ออนซ์ จากนั้นจึงตั้งชื่อกีฬาชนิดนี้ว่า มินโทเนตต์ (Mintonette)

          ต่อมา ชื่อของ มินโทเนตต์ (Mintonette) ถูกเปลี่ยนเป็น วอลเลย์บอล (Volleyball) หลังได้รับคำแนะนำจาก ศาสตราจารย์ อัลเฟรด ที เฮลสเตด (Professor Alfred T. Helstead) ในงานประชุมสัมมนาผู้นำทางพลศึกษาที่วิทยาลัยสปริงฟิลด์ (Spring-field College) เมื่อปี ค.ศ.1896 (พ.ศ.2439) และกลายเป็นกีฬายอดนิยมในหมู่ประชาชนชาวอเมริกัน จนแพร่หลายออกไปทั่วโลก รวมทั้งมีการปรับปรุงและพัฒนาอยู่เป็นระยะ

วิธีเล่นกีฬาวอลเลย์บอล

วิธีเล่นกีฬาวอลเลย์บอล

วิธีการเล่นวอลเลย์บอลและกติกา


กติกา

วอลเลย์บอล เป็นกีฬาที่เล่นโดยทีม 2 ทีมบนสนามที่แบ่งแดนด้วยตาข่าย ลักษณะการเล่นอาจแตกต่างกันได้ตามสภาพที่จำเป็นเพื่อให้ทุกคนเล่นกันได้แพร่หลาย กีฬาชนิดนี้จัดเป็นกีฬานันทนาการที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 3 ของโลก

จุดมุ่งหมายของการแข่งขันก็คือ การส่งลูกข้ามตาข่ายให้ตกลงบนพื้นที่ในแดนของทีมตรงข้าม และป้องกันไม่ให้ทีมตรงข้ามส่งลูกข้ามตาข่ายมาตกบนพื้นที่ในเขตแดนของตน แต่ละทีมจะสัมผัสลูกบอลได้มากที่สุด 3 ครั้ง ในการส่งลูกบอลไปยังแดนของทีมตรงข้ามสัมผัสบอลแค่ครั้งเดียวก็ได้ โดยปกติแล้วการสัมผัสลูกบอลครั้งแรกก็คือ การรับลูก เสิร์ฟ จากฝ่ายตรงข้าม ครั้งที่ 2 คือ การ set บอลขึ้นบนอากาศ เพื่อให้ครั้งที่ 3 ซึ่งปกติจะใช้ตบลูกบอลทำได้อย่างสะดวก

การเล่นจะเริ่มต้นเมื่อทำการ เสิร์ฟ ลูกบอล โดยผู้เสิร์ฟ ส่งลูกบอลข้ามตาข่ายไปยังทีมตรงข้าม การเล่นจะดำเนินไปจนลูกบอลตกลงบนพื้นในเขตสนามหรือนอกเขตสนาม หรือทีมไม่สามารถส่งลูกกลับไปยังทีมตรงข้ามได้อย่างถูกต้องตามกติกา

ส่วนการนับคะแนนนั้น การแข่งขัน วอลเลย์บอล จะมีการได้คะแนนทุกครั้งที่มีการเล่นลูกถ้าฝ่ายรับลูกเสิร์ฟ ชนะการเล่นลูกนั้นก็จะได้สิทธิทำการเสิร์ฟ และผู้เล่นทั้งหมดต้องหมุนตามเข็มนาฬิกา 1 ตำแหน่ง

จะมีผู้เล่นอยู่ในทีมๆละอย่างมาก 12 คน และอย่างน้อย 6 คน แต่จะลงสนามได้ทีมละ 6 คน ผู้เล่นทั้ง 6 คน ในสนามอาจจะเล่นตลอดเกมหรืออาจเปลี่ยนตัวได้ตลอด ผู้เล่นที่เป็นผู้เสิร์ฟจะเป็นตำแหน่งหลังขวาสุด ซึ่งตำแหน่งของผู้เล่นทุกคนจะไม่สามารถเปลี่ยนได้ตามใจชอบ แต่จะต้องหมุนเวียนแบบทวนเข็มนาฬิกาเมื่อได้สิทธิเปลี่ยนเสิร์ฟ ยกเว้นก็ต่อเมื่อขณะที่กำลังเล่นลูกอยู่ นอกจากนี้ในส่วนของนักกีฬา ยังมีผู้เล่นตัวรับอิสระ (Libero player) ซึ่งเป็นผู้เล่น 1 ใน 12 คน แต่สวมเสื้อที่มีหมายเลขและสีแตกต่างจากผู้เล่นคนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด สามารถเปลี่ยนตัวไปแทนผู้เล่นที่อยู่ในแดนหลังได้เมื่อลูกตายและก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดให้ทำการเสิร์ฟ โดยไม่นับเป็นการเปลี่ยนตัวเข้าออกปกติ

วิทีการเล่น

การฝึกวอลเลย์บอลสำหรับผู้หัดเล่นใหม่ ๆ นั้นจะต้องเริ่มจากง่ายไปยาก เพื่อผู้ฝึกเล่นใหม่จะได้มีความ 
สามารถในการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี การฝึกขั้นพื้นฐานจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับนักกีฬาที่ปรารถนาจะเป็น 
นักกีฬาที่มีความสามารถในการเล่นเกม การฝึกจะก่อให้เกิดประโยชน์โดยสมบูรณ์ ซึ่งมีลำดับการฝึกอยู่ 
3 ขั้นตอน 
1. การเตรียมตัวก่อนเล่น 
2. การฝึกทักษะเบื้องต้น 
3. การฝึกเป็นทีม 

การเตรียมตัวก่อนเล่น 
การเตรียมตัวก่อนเล่น (Warm up) ผู้เล่นจำเป็นต้องอบอุ่นร่างกายก่อน 
เพื่อให้เกิดความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจก่อนจะเล่นลูกบอล โดยให้กล้ามเนื้อทุกส่วนของ 
ร่างกายรู้ตัวก่อนมีการยืดหยุ่นพอประมาณ การเคลื่อนไหวของเท้า (Foot Work) เป็นรากฐานที่ 
ช่วยรักษาความมั่นคงในการทรงตัวมีความสำคัญในการเล่นวอลเลย์บอลมาก 

วิธีปฏิบัติ ไปทางซ้าย 
1. ยืนให้เท้าทั้งสองข้องขนานกัน ย่อเข่าและก้มตัวลงไปข้างหน้าเล็กน้อย 
2. ก้าวเท้าซ้ายไปทางซ้ายของลำตัวด้านข้าง 1 ก้าว ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้ายใน จังหวะเดียวกัน ก้าวเท้าซ้าย 
ออกไปอีกหนึ่งก้าว 
3. ทำซ้ำ ข้อ 2 ไปเรื่อย ๆ 

วิธีปฏิบัติ ไปทางขวา 
วิธีปฏิบัติเช่นเดียวกับไปทางซ้าย แก่ให้ก้าวเท้าไปทางขวาแทน 

วิธีปฏิบัติ ไปข้างหน้า 
1. ยืนให้เท้าใดเท้าหนึ่งอยู่ข้างหน้า เท้าทั้งสองห่างกันพอสบาย ย่อเข่าและก้มลำตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย 
2. ก้าวเท้าหน้าไปข้างหลัง 1 ก้าว ก้าวเท้าหลังชิดเท้าหน้า (โดยให้ปลายเท้าหลังแตะส้นเท้าหน้า ใน 
จังหวะเดียวกันก้าวเท้าหน้าไปข้างหน้าอีก 1 ก้าว 

วิธีปฏิบัติ ไปข้างหลัง 
วิธีปฏิบัติเช่นเดียวกับไปข้างหน้า แต่ให้ถอนเท้าไปข้างหลังแทน (โดยให้ส้นเท้าหน้าแตะปลายเท้าหลัง) 

ข้อแนะนำ การก้าวเท้าหนึ่งชิดอีกเท้าหนึ่งต้องทำอย่างรวดเร็วในลักษณะสืบเท้าตาย 
การบริหารร่างกายก่อนการฝึกซ้อมกีฬาวอลเลย์บอลเพื่อให้ได้ทั้งความเร็วและความอดทน สามารถทำได้ 
หลายวิธี เช่น 
ลำดับของการบริหารร่างกาย (ตัวอย่างสำหรับผู้เล่นชาย) 
1. วิ่งโยกตัวสลับเท้าซ้าย-ขวา 
2. ย่อและกระโดดขึ้น 
3. ก้าวด้านหน้าไปทางซ้าย 
4. ม้วนตัวไปทางซ้าย 
5. ย่อและกระโดดหมุนตัว 
6. ก้าวด้านข้างไปทางขวา 
7. ม้วนตัวไปทางขวา 
8. กระโดดเข่าตีอก 3 ครั้ง 
9. กลับหลังหันพุ่งตัว 
10. กระโดดเท้าชิด และเท้าแยก สลับกันไปข้างหน้า 5 ครั้ง 
11. ก้มถอยหลังใช้นิ้วมือแตะพื้นระยะทางประมาณ 3 เมตร 
12. นอนหงาย 
13. กระโดดมือแตะปลายเท้า 
14. นอนคว่ำ 
15. กระโดดแอ่นหลัง 
16. พุ่งไปด้านหน้า 
17. กระโดดสลับฟันปลา 2 เท้า ถอยหลัง 6 ครั้ง 
18. กระโดดกระต่าย 5 ครั้ง 
19. ม้วนหลัง 2 ครั้ง 
20. ทำล้อเกวียนไปทางซ้าย 
21. พุ่งไปทางซ้าย 
22. ทำล้อเกวียนไปทางขวา 
23. พุ่งไปทางขวา 

ทั้ง 23 รายการดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 35-50 นาที ติดต่อกัน 

การบริหารร่างการก่อนเลิก 
1. วิ่งธรรมดา 
2. วิ่งเหยาะ ๆ 
3. ขยับให้เส้นสายหย่อน 
4. บริหารให้กล้ามเนื้อคลายความตรึงเครียด 
5. บริหารโดยการหายใจเข้าออกให้สัมพันธ์กับท่าที่บริหาร 

การฝึกเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับลูกวอลเลย์บอล เพื่อให้ประสาทตาและร่างกายส่วนที่จะใช้สัมผัสกับ 
ลูกบอล ให้เกิดความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าลูกบอลจะอยู่ในลักษณะใดก็ตามที่เราสามารถ 
ที่จะเคลื่อนตัวไปยังจุดที่ลูกบอลจะตกลงได้และสามารถที่จะใช้มือบังคับให้ไปในทิศทางที่ต้องการโดยที่ 
ไม่ผิดกติกา 

วิธีปฏิบัติ ท่านั่ง 
1. ให้ลูกบอลอยู่ระหว่างขาแล้วยกขาขึ้นเป็นรูปตัว "วี" หมุนขาไปรอบ ๆ 
2.ให้ลูกบอลอยู่ระหว่างขาแล้วก้มให้ศรีษะแตะพื้น พ้นคอกับคาง กลิ้งม้วนตัวไปข้างหน้า 
3. นอนราบกับพื้นให้ลูกบอลอยู่ในระหว่างขาใช้ขาหนีบบอลยกมาแตะศรีษะ 
4. นอนราบมือจับลูกบอล กลิ้งไปข้าง ๆ 
5. นั่งส่งลูกบอลด้วยเท้า 
6. นั่งขวางลูกบอล ส่งลูกบอลระดับอก ขว้างลูกบอลข้ามตัว 
7. นั่งเลี้ยงลูกบอลลอดขาตัวเอง 

วิธีปฏิบัติ ท่ายืน 
1. ส่งลูกบอลหมุนรอบขาให้เป็นเลข 8 
2. ส่งลูกบอลรอบตัวให้เป็นวงกลม 
3. ขว้างลูกบอลไปข้างหลังโดยผ่านช่องขาข้างล่าง 
4. กระโดดโดยมีลูกบอลอยู่ระหว่างขา 
5. จับลูกใต้ขาสลับกัน 
6. จับลูกใต้ขาขณะก้าวเดิน 
7. ส่งลูกบอลลอดขาไปข้างหลังให้ลูกบอลข้ามศรีษะตัวเอง 

วิธีปฏิบัติ การเปลี่ยนตำแหน่งและท่าทางต่าง ๆ ของผู้ฝึก 
1. กลิ้งลูกบอลไปทาง ซ้าย ขวา หน้า หลัง ระหว่างขา 
2. เคลื่อนที่เป็นจังหวะโดยกระโดดหรือสืบเท้าไปข้างซ้าย ข้างขวา แล้วกลิ้งตัว 
3. ใช้มือเดียวโยนลูกบอลขึ้นแล้วจับลูกบอล 
4. ใช้มือตีลูกบอลทางด้านข้าง (สันมือ) คล้ายตีเทนนิส ทั้งมือซ้ายและมือขวา 
5. วิ่งใช้มือเลี้ยงลูก (เคาะลูกบอล) 
6. ใช้หัวโหม่งลูกบอลแล้วพุ่งตัวลง (หมอบลง) 

การฝึกความคล่องตัวในการเล่นวอลเลย์บอลของนักกีฬานั้นจะเป็นเครื่องช่วยให้นักกีฬามีความเหมาะสม 
ที่จะเป็นนักกีฬาที่มีความสามารถได้เป็นอย่างดี 

การส่งลูกบอล 
1. ส่งลูกด้วยมือล่าง 
2. ส่งลูกด้วยมือบน หรือการส่งลูกผ่าน 
3. การเสิร์ฟ 

การรับลูกบอล 
1.รับลูกบอลจากการรุกของคู่ต่อสู้ (ตบหรือหยอด) 
2. การรับลูกเสิร์ฟ 
3. การสกัดกั้นลูกบอล 

การตบลูก 
1. ตบลูกเป็นมุมแหลมลงในแดนคู่ต่อสู้ 
2. ตบลูกเพื่อส่งลูกข้ามตาข่าย






วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

ประโยชน์ของกีฬาวอลเลย์บอล

1. ส่งเสริมความสามัคคีของผู้เล่น ตลอดจนความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา 
      2. ทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
      3. ช่วยพัฒนาระบบการเคลื่อนไหวให้เป็นไปด้วยความคล่องแคล่วว่องไวได้จังหวะถูกต้อง 
      4. ทำให้เป็นผู้ที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี และมีความกล้า ความเชื่อมั่นตนเอง รวมทั้งความสุขุมรอบคอบ 
      5. ส่งเสริมการสร้างวินัยของตนเอง และตลอดจนคุณธรรม จริยธรรม 
      6. ส่งเสริมการสร้างวินัยของตนเอง และตลอดจนคุณธรรม จริยธรรม 
      7. ทำให้จิตใจร่าเริง แจ่มใส เมื่อนำวอลเลย์บอลไปใช้ในการออกกำลังกาย 
      8. ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดี 
      9. ส่งเสริมการรู้จักการใช้พลังงานและจังหวะในการเคลื่อนไหว 
    10. เป็นกีฬาที่ประหยัด เหมาะสมกับทุกโอกาส ทุกสถานที่ อุปกรณ์หาง่าย